﻿---
title: "ค่าธรรมเนียมการยืมหุ้นทำงานอย่างไร"
description: "ทำความเข้าใจอัตราค่ายืมหุ้นต่อปีแบบประมาณการ การคิดรายวันตามเงื่อนไขบริษัทหลักทรัพย์ จำนวนหุ้นที่ยืมได้ สิทธิประโยชน์ การเรียกคืน และต้นทุนรวมของสถานะชอร์ต"
image: "https://wiki.fcontext.com/og.png"
---

> Documentation Index
> Fetch the complete documentation index at: https://wiki.fcontext.com/llms.txt
> Use this file to discover all available pages before exploring further.

# ค่าธรรมเนียมการยืมหุ้นทำงานอย่างไร

> จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนได้

<a id="answer"></a>

## คำตอบโดยตรง

**ค่าธรรมเนียมการยืมหุ้น** คือต้นทุนการถือสถานะที่บริษัทหลักทรัพย์อาจเรียกเก็บเมื่อยืมหุ้นมาเพื่อรองรับการขายชอร์ต ลูกค้ารายย่อยมักเห็นอัตราร้อยละต่อปีแบบประมาณการ ส่วนค่าธรรมเนียมจริงจะทยอยเกิดในวันที่คิดค่าธรรมเนียม และโดยทั่วไปคำนวณจากมูลค่าอ้างอิงของหุ้นตามข้อตกลงกับบริษัทหลักทรัพย์

อัตราไม่ได้ถูกตรึงเมื่อเปิดสถานะ แต่อิงอุปสงค์และอุปทานในตลาดให้ยืมหลักทรัพย์ จึงเปลี่ยนแปลงได้มาก โดยเฉพาะหุ้นที่ยืมได้ยาก ผู้ให้ยืมอาจเรียกคืนหุ้น แต่สถานะของลูกค้าไม่จำเป็นต้องถูกปิดหากบริษัทหลักทรัพย์หาหุ้นทดแทนได้ การบังคับซื้อคืนเป็นความเสี่ยงเมื่อบริษัทหลักทรัพย์ไม่สามารถหรือไม่ประสงค์จะคงการยืมไว้ หรือเมื่อลูกค้าไม่ผ่านข้อกำหนดหลักประกันหรือเกณฑ์ภายใน

<a id="mechanism"></a>

## ต้นทุนเกิดขึ้นอย่างไร

การประมาณการอย่างง่ายคือ:

`Borrow fee = borrowed-share value × annualized rate × days held / day-count basis`

สูตรนี้ไม่ใช่กฎเรียกเก็บเดียวกันทุกแห่ง บริษัทหลักทรัพย์อาจใช้ฐาน 360 หรือ 365 วัน เวลาประเมินมูลค่าและส่วนเผื่อราคา วิธีจัดการวันชำระราคา การปัดเศษ ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ และรอบปรับอัตราที่ต่างกัน วันหยุดอาจถูกนับด้วย ต้องยึดข้อตกลงบัญชีมาร์จิ้น เอกสารการยืมหุ้น ประวัติอัตรา และใบแจ้งยอดจริงเป็นหลัก

ความต้องการยืมเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ซื้อขายจำนวนมากต้องการขายชอร์ตจากหุ้นที่มีให้ยืมจำกัด อุปทานเปลี่ยนเมื่อเจ้าของผลประโยชน์ขายหรือเรียกคืนหุ้น ออกจากโครงการให้ยืม หรือไม่มีคุณสมบัติอีกต่อไป การดำเนินการของบริษัทและความต้องการด้านการชำระราคาก็มีผล หุ้นที่ยืมง่ายวันนี้อาจยืมยากในวันหน้า

อัตราที่เรียกเก็บจากลูกค้าไม่จำเป็นต้องเท่ากับรายได้ที่เจ้าของผลประโยชน์ได้รับ หรืออัตราผลตอบแทนของหลักประกันเงินสดระหว่างคู่สัญญา ตัวกลาง เงื่อนไขหลักประกัน การแบ่งรายได้ และข้อตกลงบัญชีทำให้ผลตอบแทนของแต่ละฝ่ายต่างกัน

ค่าธรรมเนียมการยืมเป็นเพียงต้นทุนหนึ่ง ผู้ขายชอร์ตอาจต้องจ่าย **เงินชดเชยแทนสิทธิประโยชน์** สำหรับเงินปันผลปกติหรือพิเศษ การแยกกิจการ สิทธิ หรือการจัดสรรอื่น ตามยอดบัญชีและข้อตกลงอาจมีดอกเบี้ยมาร์จิ้น ต้นทุนทางการเงิน หรือค่าธรรมเนียมบัญชี การเปิดและปิดสถานะยังมีส่วนต่างราคา Slippage และอาจมีค่านายหน้าหรือภาษี

<a id="example"></a>

## ตัวอย่างค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์

สมมติว่ายืมหุ้น 100 หุ้น มีมูลค่าอ้างอิง `$12,000` อัตราต่อปี `50%` และคิดค่าธรรมเนียม 10 วัน โดยใช้ฐาน 360 วันเป็นตัวอย่าง:

`$12,000 × 50% × 10 / 360 = $166.67`

หากมีการจัดสรร `$0.50` ต่อหุ้นระหว่างยืม ผู้ขายชอร์ตอาจต้องจ่าย:

`100 × $0.50 = $50`

ต้นทุนตัวอย่างจึงเป็น `$216.67` ก่อนรวมส่วนต่างราคา Slippage ต้นทุนทางการเงินอื่น ภาษี หรือการเปลี่ยนอัตรา หากอัตราหรือมูลค่าอ้างอิงเปลี่ยน บริษัทหลักทรัพย์อาจคำนวณแต่ละวันแยกกัน ตัวอย่างยังสมมติว่าทั้ง 10 วันถูกคิดค่าธรรมเนียม และภาระสิทธิประโยชน์เท่ากับเงินสดที่ระบุพอดี

อัตรา 50% ต่อปีไม่ได้หมายถึงเรียกเก็บ 50% ทันที และการหารด้วย 12 ไม่ได้ให้ต้นทุนรายเดือนที่แน่นอน จำนวนวัน มูลค่าตลาด ฐานนับวัน และการปรับอัตราล้วนเปลี่ยนผลลัพธ์

<a id="risks"></a>

## ความเสี่ยงจากการยืมหุ้น

- **อัตราเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนอาจสูงขึ้นหลังเปิดสถานะ
- **หุ้นให้ยืมหายไป:** การตรวจพบหุ้นก่อนขายไม่รับประกันว่าจะยืมต่อได้
- **การเรียกคืนหรือบังคับซื้อคืน:** อาจหาหุ้นทดแทนได้ แต่หากหาไม่ได้ สถานะอาจถูกปิดในราคาและเวลาที่เสียเปรียบ
- **การคิดค่าธรรมเนียมวันหยุด:** ต้นทุนอาจเพิ่มต่อแม้ตลาดปิด
- **สิทธิประโยชน์:** เงินปันผลพิเศษ การแยกกิจการ และสิทธิอาจมีมูลค่าสูงและซับซ้อนกว่าเงินปันผลปกติ
- **ภาษี:** เงินชดเชยอาจได้รับการปฏิบัติต่างจากเงินปันผล ทั้งเขตอำนาจและลักษณะบัญชีมีผล
- **ราคาและค่าธรรมเนียม:** ราคาที่สูงขึ้นอาจเพิ่มทั้งผลขาดทุนและฐานเงินของค่าธรรมเนียม
- **ภาวะบีบให้ซื้อคืน:** หุ้นที่ขาดแคลนและการปิดสถานะโดยบังคับอาจเร่งให้ราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว

ก่อนซื้อขาย ควรตรวจสอบอัตราประมาณการ การเปลี่ยนแปลงได้ ฐานนับวัน วิธีประเมินมูลค่า การจัดการสิทธิประโยชน์ นโยบายเรียกคืน และความถี่ในการปรับอัตรา

<a id="misconceptions"></a>

## ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

**“อัตราตอนเปิดใช้จนกว่าจะปิดสถานะ”** โดยทั่วไปอัตราเปลี่ยนแปลงได้และอาจถูกปรับระหว่างถือสถานะ

**“พบหุ้นให้ยืมแล้วจึงยืมต่อได้แน่นอน”** การตรวจพบหุ้นรองรับเพียงการขายครั้งแรก ไม่ใช่สัญญาให้ลูกค้ายืมตามระยะเวลา และหุ้นอาจไม่มีให้ยืมภายหลัง

**“ค่าธรรมเนียมการยืมเป็นต้นทุนเดียวของการขายชอร์ต”** สิทธิประโยชน์ ต้นทุนทางการเงิน การซื้อขาย และการบังคับซื้อคืนมีผลด้วย

**“50% ต่อปีหมายถึงจ่าย 50% ในสิบวัน”** อัตราต่อปีเป็นการปรับสเกลให้ครบหนึ่งปี ยอดจริงขึ้นกับวันและกฎการคิด

**“ราคาลดลงรับประกันกำไรสุทธิ”** การลดลงเล็กน้อยหรือล่าช้าอาจถูกหักล้างด้วยค่าธรรมเนียม สิทธิประโยชน์ และต้นทุนซื้อขาย

<a id="related"></a>

## หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

- [สถานะซื้อและการขายชอร์ต](/th/stocks/long-and-short/)
- [บัญชีมาร์จิ้น](/th/stocks/margin/)
- [ส่วนต่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย](/th/stocks/bid-ask-spread/)

<a id="sources"></a>

## แหล่งข้อมูล

- [Short Sales](https://www.investor.gov/introduction-investing/investing-basics/glossary/short-sales-0) - SEC Investor.gov (เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- [Securities Lending](https://www.investor.gov/introduction-investing/investing-basics/glossary/securities-lending) - SEC Investor.gov (เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- [Brokerage Accounts](https://www.finra.org/investors/investing/investment-accounts/brokerage-accounts) - FINRA (เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)

Source: https://wiki.fcontext.com/th/stocks/stock-borrow-fees/index.mdx
