จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนได้
คำตอบโดยตรง
Iron condor รอบประกาศผลประกอบการ โดยทั่วไปขาย put และ call ที่อยู่นอกสถานะได้กำไร พร้อมซื้อ put และ call ที่ไกลกว่าเป็นปีกป้องกัน โดยใช้วันหมดอายุเดียวกัน โครงสร้างหนึ่งหน่วยที่พบบ่อยเรียงเป็น K_PL<K_PS<S_0<K_CS<K_CL: ซื้อ put K_PL ขาย put K_PS ขาย call K_CS และซื้อ call K_CL สิ่งที่ควบคุมผลจริงคือ series ปริมาณที่มีเครื่องหมาย ตัวคูณ สินทรัพย์ส่งมอบ รูปแบบการใช้สิทธิ และวิธีชำระราคา ไม่ใช่ชื่อกลยุทธ์
สมมติฐานไม่ได้มีเพียงว่าความผันผวนโดยนัยจะลดลง เดบิตทั้งหมดที่ต้องจ่ายเพื่อปิดชุดคำสั่ง 4 ขาต้องต่ำกว่าเครดิตที่ได้รับจากราคาซื้อขายได้จริงหลังหักค่าธรรมเนียม Gap จากผลประกอบการ การเปลี่ยนแปลง skew ตลาดที่กว้างเมื่อเปิดใหม่ การพักการซื้อขาย การจับคู่เพียงบางส่วน หรือการได้รับมอบหมาย อาจหักล้างประโยชน์จากการยุบตัวของความผันผวน ผลตอบแทน ณ วันหมดอายุที่จำกัดเมื่อทุกขายังคงครบและเข้ากันได้ ไม่ได้สัญญาสภาพคล่องก่อนหมดอายุ เงินสดที่เกิดขึ้นจริง หรือการไม่มีภาระหุ้นและมาร์จิ้นชั่วคราว
กระบวนการของเหตุการณ์ การส่งคำสั่ง และวงจรชีวิต
- ยืนยันวันที่ประกาศผลประกอบการ เวลาและเขตเวลาที่เผยแพร่ สถานะก่อนเปิดตลาดหรือหลังปิดตลาด วันหมดอายุ เวลาสิ้นสุดการซื้อขายและการใช้สิทธิ วันขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับเงินปันผล และเหตุการณ์ของบริษัทหรือเศรษฐกิจมหภาคที่อาจซ้อนกัน กำหนดล่วงหน้าว่าการเคลื่อนไหวในอดีตวัดจากปิดถึงเปิด ปิดถึงปิด หรือช่วงเวลาอื่น โดยไม่ใช้ข้อมูลอนาคต
- บันทึก root ประเภท ราคาใช้สิทธิ วันหมดอายุ และปริมาณที่มีเครื่องหมายของทั้ง 4 ขา ตัวคูณ
Mสินทรัพย์ส่งมอบปัจจุบัน รูปแบบอเมริกันหรือยุโรป การชำระด้วยการส่งมอบหรือเงินสด และแหล่งค่าชำระราคาอย่างเป็นทางการ สำหรับลำดับทั่วไป ให้กำหนดความกว้างปีก put เป็นw_P=K_PS−K_PLและความกว้างปีก call เป็นw_C=K_CL−K_CS - ตรึงราคาสปอตและราคาเสนอซื้อขายของ call กับ put ที่ ATM ณ เวลาเดียวกัน ตัวแทนจากราคากึ่งกลางที่ระบุคือ
m_mid=C_mid(K_ATM,T)+P_mid(K_ATM,T)และตัวแทนที่ปรับด้วยสปอตคือm_mid/S_0ค่านี้รวมเวลาคงเหลือทั้งหมด skew ต้นทุนการถือครอง และสัญญาณรบกวนของราคา ไม่ใช่ความน่าจะเป็น ช่วงความเชื่อมั่น กรอบตายตัว หรือการคาดการณ์ทิศทาง การซื้อ straddle ที่ทำได้จริงใช้ราคา ask ส่วนการขายใช้ราคา bid - ประเมินราคาเปิดจากการจับคู่คำสั่งแบบหลายขาหรือด้านราคาที่อนุรักษ์นิยมของแต่ละขา:
c_leg=P_bid(K_PS)−P_ask(K_PL)+C_bid(K_CS)−C_ask(K_CL)เครดิตเปิดจริงที่มีเครื่องหมายc_entryเป็นค่าที่ใช้ตัดสิน บันทึกอัตราส่วนกลยุทธ์ ขนาดที่แสดง ราคา limit กฎการจับคู่บางส่วนและการยกเลิก การปรับปรุงราคา ผลกระทบต่อตลาด และค่าธรรมเนียมเปิดF_open; ราคากึ่งกลางไม่ใช่ราคาที่จับคู่ได้จริง - สำหรับหนึ่งหน่วยเมื่อ
c_entry>0กำไร/ขาดทุน ณ วันหมดอายุคือP/L_T=M×[c_entry−max(K_PS−S_T,0)+max(K_PL−S_T,0)−max(S_T−K_CS,0)+max(S_T−K_CL,0)]−F_openก่อนค่าธรรมเนียม กำไรสูงสุดคือc_entry×M; ขาดทุนปลายหางด้านล่างและด้านบนคือ(w_P−c_entry)×Mและ(w_C−c_entry)×Mจุดคุ้มทุนK_PS−c_entryและK_CS+c_entryใช้ได้ต่อเมื่อแต่ละรากอยู่ภายในปีกที่ตรงกัน มิฉะนั้นต้องแก้ฟังก์ชันผลตอบแทนแบบแบ่งช่วง - ประเมินราคาใหม่ทุกขาภายใต้ gap ของสปอต การเปลี่ยน skew ของอายุใกล้และปีก ความผันผวนที่ไม่ลดลง เวลาที่ผ่านไป อัตราดอกเบี้ย เงินปันผล ต้นทุนยืมหุ้น การพักซื้อขาย และราคาที่กว้างหรือขาดหาย เดบิตปิดที่ทำได้จริงคือ
d_close=P_ask(K_PS)−P_bid(K_PL)+C_ask(K_CS)−C_bid(K_CL)และผลลัพธ์ตลอดวงจรคือ(c_entry−d_close)×M×Q−F_open−F_closeคำสั่ง stop ที่ถูกกระตุ้นไม่รับประกันว่าจะจับคู่ได้หลัง gap ข้ามคืน - เขียนทางเลือกไว้ล่วงหน้าสำหรับการปิด ถือ roll การถูกปฏิเสธ การจับคู่บางส่วน การได้รับมอบหมายก่อนกำหนดหรือบางส่วน การใช้สิทธิโดยผู้ถือ การซื้อหรือส่งมอบหุ้น pin การซื้อขายนอกเวลาปกติ exercise-by-exception คำสั่งที่ขัดกับค่าเริ่มต้น การชำระด้วยการส่งมอบและเงินสด สัญญาที่ปรับเงื่อนไข มาร์จิ้น ภาษี และสถานะคงเหลือ กระทบยอดชุดคำสั่งสุดท้าย หุ้น เงินสดตามราคาใช้สิทธิ พรีเมียม ค่าธรรมเนียม เงินทุน การยืมหุ้น และบันทึกของโบรกเกอร์
ตัวอย่างคำนวณ 4 กรณี
- Straddle เป็นตัวแทนที่ขึ้นกับราคาเสนอซื้อขาย เมื่อ
S_0=$100call ATM มีราคา$3.80/$4.20และ put ATM มีราคา$4.30/$4.70ราคากึ่งกลางให้m_mid=$4.00+$4.50=$8.50หรือ8.5%ของสปอต การซื้อทั้งคู่ที่ ask มีต้นทุน$8.90; การขายทั้งคู่ที่ bid ได้รับ$8.10ไม่มีค่าใดใน 3 ค่านี้เป็นกรอบที่รับประกันหรือช่วงความน่าจะเป็นคงที่ และอายุสัญญาอาจมีเวลาหลังประกาศรวมอยู่ด้วย - ปีกกว้างเท่ากันและคณิตศาสตร์การชดเชย ใช้ put ฝั่งซื้อ
K_PL=$85, put ฝั่งขายK_PS=$90, call ฝั่งขายK_CS=$110และ call ฝั่งซื้อK_CL=$115ด้านราคาที่อนุรักษ์นิยมให้c_entry=$1.20−$0.45+$1.10−$0.35=$1.50โดยM=100และยังไม่รวมค่าธรรมเนียม กำไรสูงสุดคือ$150; ขาดทุนแต่ละหางคือ($5−$1.50)×100=$350; จุดคุ้มทุนคือ$88.50และ$111.50เมื่อS_T=$118กำไร/ขาดทุนคือ−$350อัตราส่วนขาดทุนต่อกำไรคือ$350÷$150=2.333333จึงต้องมีกำไรเต็ม 3 ครั้งเพื่อชดเชยขาดทุนเต็ม 1 ครั้งก่อนต้นทุน - ปีกกว้างไม่เท่ากันต้องใช้ตัวเลขขาดทุน 2 ค่า กำหนด
K_PL=$80,K_PS=$85,K_CS=$110,K_CL=$118,c_entry=$2.10และM=100ความกว้าง put คือ$5และความกว้าง call คือ$8; กำไรสูงสุดคือ$210, ขาดทุนหางล่างคือ($5−$2.10)×100=$290และขาดทุนหางบนคือ($8−$2.10)×100=$590จุดคุ้มทุนคือ$82.90และ$112.10เมื่อS_T=$120กำไร/ขาดทุนคือ($2.10−$8)×100=−$590; การใช้สูตรลัดของปีกเท่ากันจะประเมินความเสี่ยงต่ำเกินจริงอย่างมีนัยสำคัญ - การประเมินราคาใหม่ทั้งชุดและการได้รับมอบหมายใช้บัญชีแยกกัน หลังเหตุการณ์ ราคา ask ของ put ฝั่งขาย
K_PS=$90คือ$0.20, ราคา bid ของ put ฝั่งซื้อK_PL=$85คือ$0.05, ราคา ask ของ call ฝั่งขายK_CS=$110คือ$2.80และราคา bid ของ call ฝั่งซื้อK_CL=$115คือ$1.10ดังนั้นd_close=$0.20−$0.05+$2.80−$1.10=$1.85เมื่อเทียบกับc_entry=$1.50กำไร/ขาดทุนขั้นต้นคือ−$35; ค่าธรรมเนียมเปิดและปิดรวม 8 ขา ขาละ$0.65ทำให้เป็น−$40.20แยกกันนั้น หาก call ฝั่งขายแบบส่งมอบK_CS=$110จำนวน 2 จาก 3 สัญญาได้รับมอบหมาย บัญชีได้รับ$22,000และต้องส่งมอบ200 shares; การซื้อที่$111.20ใช้เงิน$22,240เกิดส่วนต่างเงินสด−$240ก่อนค่าธรรมเนียม ขณะที่ call ฝั่งขาย 1 สัญญา call ฝั่งซื้อทั้ง 3 สัญญา และขา put ทั้ง 2 ฝั่งยังคงอยู่ Series ที่ชำระด้วยเงินสดไม่ก่อให้เกิดการส่งมอบหุ้นและต้องทำตามกฎค่าชำระราคาอย่างเป็นทางการ
รายการตรวจสอบความเสี่ยงก่อนซื้อขายและหลังเหตุการณ์
- วันที่ เวลา เขตเวลาของผลประกอบการ หรือสถานะก่อนเปิดตลาดเทียบกับหลังปิดตลาดอาจผิดหรือเปลี่ยนแปลงได้
- การเผยแพร่ล่าช้า การประชุมชี้แจงแนวโน้ม ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค ผลประกอบการบริษัทกลุ่มเดียวกัน หรือวันขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับเงินปันผลอาจซ้อนกับช่วงเหตุการณ์
- ช่วงวัดการเคลื่อนไหวในอดีตอาจไม่ตรงกับสถานะปัจจุบัน หรือมีอคติจากการใช้ข้อมูลอนาคตและการอยู่รอด
- ตัวแทน straddle ATM รวมเวลาหลังเหตุการณ์และไม่ใช่ความน่าจะเป็นหรือช่วงความเชื่อมั่น
- ราคาใช้สิทธิ ATM ราคา forward เวลาเก็บราคา bid ask และสินทรัพย์อ้างอิงอาจไม่สอดคล้องกัน
- โครงสร้างตามอายุและ skew ของความผันผวนอาจเปลี่ยนไม่เท่ากัน แทนที่จะยุบลงพร้อมกัน
- ปีกไม่เท่ากัน อัตราส่วน เครื่องหมายเครดิต ปริมาณ ตัวคูณ และสินทรัพย์ส่งมอบที่ปรับแล้วอาจถูกบันทึกผิด
- สูตรกำไรสูงสุด ขาดทุนปลายหาง และจุดคุ้มทุนอาจถูกใช้นอกโดเมนแบบแบ่งช่วง
- ราคากึ่งกลางหรือราคาทฤษฎีอาจประเมินเครดิตเปิดที่ทำได้จริงสูงเกินไปและเดบิตปิดต่ำเกินไป
- สภาพคล่องของ 4 ขาแยกกันไม่ได้รับประกันสภาพคล่องของชุดคำสั่งหรือขนาดที่แสดงเพียงพอ
- การจับคู่บางส่วน ขาที่ถูกปฏิเสธ การทยอยทำทีละขา การกำหนดเส้นทาง และ adverse selection อาจสร้างความเสี่ยงที่ไม่ได้ป้องกัน
- ค่าธรรมเนียม spread ผลกระทบต่อตลาด เงินทุน การยืมหุ้น ภาษี และการบังคับขายจากมาร์จิ้นอาจสูงกว่าเครดิตเล็กน้อย
- สถานะรอบผลประกอบการที่มีสหสัมพันธ์อาจเกิด gap พร้อมกันและใช้กำลังซื้อจนหมด
- Gap ข้ามคืนอาจกระโดดเลยปีกฝั่งซื้อก่อนที่ stop หรือการป้องกันความเสี่ยงจะซื้อขายได้
- การพักซื้อขาย การประมูลเปิดใหม่ ราคาที่หายไป หรือกรอบจำกัดราคาอาจขัดขวางการออกทันที
- ความผันผวนโดยนัยอาจไม่ลดลง หรือขาดทุนจากสปอตและ skew อาจมากกว่าประโยชน์จาก Vega
- Gamma ก่อนหมดอายุและการประเมินราคาทั้งพื้นผิวใหม่อาจต่างจากแผนภาพผลตอบแทน ณ วันหมดอายุอย่างมีนัยสำคัญ
- ขาฝั่งขายแบบอเมริกันอาจได้รับมอบหมายก่อนกำหนดหรือบางส่วน ปีกฝั่งซื้อไม่ตอบสนองโดยอัตโนมัติ
- Pin การเคลื่อนไหวนอกเวลาปกติ คำสั่งที่ขัดกับค่าเริ่มต้น และ exercise-by-exception อาจสร้างสถานะหุ้นที่ไม่คาดคิด
- การชำระด้วยการส่งมอบเทียบกับเงินสด ค่าทางการ หุ้นสุดท้าย เงินสดตามราคาใช้สิทธิ และบันทึกโบรกเกอร์ต้องกระทบยอด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- “Straddle ATM ให้กรอบหรือความน่าจะเป็นที่ตลาดรับประกัน” ค่านี้เป็นตัวแทนพรีเมียมที่ขึ้นกับราคาเสนอซื้อขายและอายุสัญญา
- “ความผันผวนโดยนัยสูงพิสูจน์ว่าการขายน่าสนใจ” ราคาสูงอาจสะท้อนความเสี่ยงจากการกระโดดและความเสี่ยงปลายหางที่แท้จริง
- “ความเสี่ยง ณ วันหมดอายุที่จำกัดหมายถึงขาดทุนระหว่างทางเล็กและปิดง่าย” Gap, spread, การได้รับมอบหมาย และสินทรัพย์คงเหลืออาจทำให้การจัดการจริงมีต้นทุนสูง
- “การยุบตัวของความผันผวนรับประกันกำไร” สปอต Gamma skew และการส่งคำสั่งอาจหักล้างความผันผวนโดยนัยที่ลดลง
- “แต่ละขามีสภาพคล่องและมีปีกฝั่งซื้อจึงรับประกันการจับคู่ชุดคำสั่งและการป้องกัน assignment อัตโนมัติ” การส่งคำสั่งและคำสั่งในแต่ละช่วงวงจรชีวิตยังแยกจากกัน