จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนได้
คำตอบโดยตรง
Double Diagonal เป็นชื่อที่ใช้กันในตลาด ไม่ใช่นิยามสัญญามาตรฐาน รูปแบบ 1 ต่อ 1 ที่พบบ่อยขาย Put และ Call อายุใกล้ที่ราคาใช้สิทธิด้านใน พร้อมซื้อ Put และ Call อายุไกลที่ราคาใช้สิทธิด้านนอกบนสินทรัพย์อ้างอิงเดียวกัน แต่ละด้านต่างกันทั้งราคาใช้สิทธิและวันหมดอายุ ผู้ให้บริการรายอื่นอาจใช้ทิศทางหรืออัตราส่วนต่างออกไป จึงต้องระบุเครื่องหมายของแต่ละขา ตัวคูณ สิ่งส่งมอบ รูปแบบการใช้สิทธิ และวิธีชำระราคาแทนการอาศัยชื่อเพียงอย่างเดียว
กลยุทธ์นี้ไม่ใช่ Iron Condor ที่หมดอายุวันเดียว และไม่ใช่ Double Calendar ที่ราคาใช้สิทธิตรงกัน เมื่อถึงวันหมดอายุใกล้ ภาระของขา Short จะสิ้นสุดหรือได้รับการชำระ ขณะที่ออปชันอายุไกลซึ่งมีราคาใช้สิทธิต่างกันยังมีมูลค่าตามเวลา ดังนั้น ณ วันเปิดสถานะจึงไม่มีแผนภาพ Payoff แบบวันเดียวทั่วไป ไม่มีกำไรสูงสุดคงที่ ไม่มีช่วงกำไรที่รับประกัน และไม่มีจุดคุ้มทุน 2 จุดที่ทราบแน่นอน
โครงสร้างและวงจรชีวิต
- กำหนดราคาใช้สิทธิของ Put
K_PL<K_PSราคาใช้สิทธิของ CallK_CS<K_CLและวันหมดอายุT₁<T₂บันทึกอัตราส่วนพร้อมเครื่องหมายของแต่ละขา ตัวคูณ สิ่งส่งมอบที่มีผล สกุลเงิน รูปแบบการใช้สิทธิ วิธีชำระราคา เวลาซื้อขายสุดท้าย เวลาปิดรับคำสั่ง และแหล่งค่าชำระราคาอย่างเป็นทางการ - ระบุโครงสร้างที่พบบ่อยโดยตรง ได้แก่ ขาย
P(K_PS,T₁)ซื้อP(K_PL,T₂)ขายC(K_CS,T₁)และซื้อC(K_CL,T₂)ราคาใช้สิทธิด้านในเป็นเพียงรูปทรงของสถานะ ไม่ใช่ช่วงกำไรที่รับประกัน - ใช้ราคาเสนอซื้อและเสนอขายที่เกิดในเวลาเดียวกันและซื้อขายได้จริง กำหนดกระแสเงินสดออกสุทธิพร้อมเครื่องหมาย ณ วันเปิดต่อหน่วยสินทรัพย์อ้างอิงเป็น
D_exec=A_PL2+A_CL2−B_PS1−B_CS1โดยเป็นค่าบวกสำหรับเดบิตและค่าลบสำหรับเครดิต จากนั้นรวมค่าธรรมเนียมและผลกระทบต่อตลาด เพราะราคากลาง ราคาล่าสุด หรือมูลค่าทางทฤษฎีไม่ใช่ต้นทุนที่ซื้อขายสำเร็จแล้ว - แยกบัญชีก่อนหมดอายุออกจากบัญชีการชำระราคา ก่อน
T₁เครดิตจากการปิดทั้ง 4 ขาที่ซื้อขายได้จริงคือC_close=B_PL2+B_CL2−A_PS1−A_CS1เมื่อถึงT₁ให้กำหนดภาระขาอายุใกล้เป็นH_P=max(K_PS−S_set,0)และH_C=max(S_set−K_CS,0)มูลค่าในตัวใช้แทนราคา Ask เพื่อปิดขา Short ก่อนชำระราคาไม่ได้ - หากขายออปชันอายุไกลที่เหลืออยู่ได้ที่ราคา Bid
B_PL2,T1และB_CL2,T1ให้ใช้V_T1=B_PL2,T1+B_CL2,T1−H_P−H_CสำหรับจำนวนสัญญาQตัวคูณที่เข้ากันMและค่าธรรมเนียมกับต้นทุนเงินทุนFให้คำนวณP/L_T1=Q×M×(V_T1−D_exec)−Fสำหรับการใช้สิทธิแบบส่งมอบจริงที่มีเงื่อนไขตรงกัน ให้กำหนดช่องว่างราคาใช้สิทธิปลายหางเป็นW_P=K_PS−K_PLและW_C=K_CL−K_CSค่าประมาณเปรียบเทียบปลายหางที่ควบคุมได้คือQ×M×(−W_P−D_exec)−FและQ×M×(−W_C−D_exec)−Fไม่ใช่ขาดทุนสูงสุดสากลในระดับบัญชี - ประเมินหลายระดับราคา Spot และพื้นผิวความผันผวนทั้ง 2 ชุด จุดคุ้มทุนแบบมีเงื่อนไขแก้สมการ
V_t(S,surfaces)=D_exec+F/(Q×M)ภายใต้เวลา ราคา และสถานการณ์ชำระราคาที่ระบุไว้ รากอาจมี 0, 2 หรือ 4 ค่า ต้องปรับหน่วยให้ตรงกันและคำนวณ Sensitivity พร้อมเครื่องหมายเป็นX_net=X_PL2+X_CL2−X_PS1−X_CS1เพราะ Delta, Gamma, Vega และ Theta เปลี่ยนเครื่องหมายได้ - เขียนแผนล่วงหน้าสำหรับการปิดทุกขา การปล่อยให้ขาอายุใกล้หมดอายุหรือปิดขาอายุใกล้แล้วถือ Strangle อายุไกลต่อ การ Roll ขา Short 1 ขาหรือทั้ง 2 ขา การถูกใช้สิทธิ การใช้สิทธิ การขายออปชัน Long แล้วซื้อขายหุ้น และการชำระด้วยเงินสด จากนั้นกระทบยอดกำไรขาดทุนเดิมที่รับรู้ เงินสดจากการ Roll ภาระใหม่ มูลค่าคงเหลือของออปชันอายุไกล หุ้น เงินสดตามราคาใช้สิทธิ มาร์จิ้น เงินทุน การยืมหุ้น ค่าธรรมเนียม และภาษี
ตัวอย่างคำนวณ 4 กรณี
- ราคาเปิดที่ซื้อขายได้จริงเทียบกับราคากลาง Put อายุใกล้ราคาใช้สิทธิ
95มีราคา1.40/1.50Put อายุไกลราคาใช้สิทธิ90มีราคา1.75/1.85Call อายุใกล้ราคาใช้สิทธิ105มีราคา1.30/1.40และ Call อายุไกลราคาใช้สิทธิ110มีราคา1.65/1.75ดังนั้นD_exec=1.85+1.75−1.40−1.30=0.90ต่อหุ้น หรือ$90เมื่อM=100เดบิตจากราคากลางเท่ากับ1.80+1.70−1.45−1.35=0.70หรือ$70ซึ่งต่ำกว่าเดบิตที่ซื้อขายได้จริง$20ค่าธรรมเนียม 4 รายการ รายการละ$0.65เพิ่มต้นทุน$2.60ทำให้กระแสเงินสดจ่ายเริ่มต้นเป็น$92.60 - Spot เดียวกันภายใต้พื้นผิวราคาอายุไกลต่างกัน ณ
T₁กำหนดให้S_set=$100และขา Short อายุใกล้ทั้ง 2 ขาหมดอายุโดยไม่มีมูลค่า หากราคา Bid ที่ซื้อขายได้จริงของขาอายุไกลเป็น0.60และ0.70จะได้V_T1=1.30และผลก่อนค่าธรรมเนียมเมื่อเทียบกับD_exec=0.90เท่ากับ+$40แต่หากความผันผวนลดลงมากจนราคา Bid เหลือ0.35และ0.40จะได้V_T1=0.75และผลเท่ากับ−$15ราคา Spot เพียงอย่างเดียวจึงไม่กำหนดช่วงกำไรหรือจุดคุ้มทุนคงที่ - การถูกใช้สิทธิ การขาย และการใช้สิทธิใช้คนละบัญชี กำหนดให้
S_set=$115ภาระของ Call Short ที่105จึงเท่ากับ$10ต่อหุ้น ราคา Bid ของ Call อายุไกลที่110เท่ากับ7.25และราคา Bid ของ Put อายุไกลที่90เท่ากับ0.05ดังนั้นV_T1=0.05+7.25−10=−2.70และเมื่อเทียบกับD_exec=0.90จะได้P/L=(−2.70−0.90)×100=−$360หาก Call Short แบบส่งมอบจริงถูกใช้สิทธิ บัญชีจะได้รับ$10,500และต้องส่งมอบ100 sharesการขายออปชันอายุไกลเป็นเงิน$725+$5ซื้อหุ้นเป็นเงิน$11,500แล้วหักเดบิต$90ให้ผล−$360เช่นกัน แต่การใช้สิทธิ Call อายุไกลให้ผล$10,500−$11,000+$5−$90=−$585ซึ่งแย่กว่า$225เพราะทิ้งมูลค่าตามเวลาของ Call ที่ขายได้จริง(7.25−5.00)×100=$225 - Greeks ที่มีเครื่องหมาย Skew ตามอายุ และบัญชีการ Roll ค่า
(Delta,Gamma,Vega,Theta)ต่อหน่วยของ Put อายุใกล้คือ(−0.28,0.020,0.07,−0.05)Put อายุไกลคือ(−0.20,0.010,0.12,−0.02)Call อายุใกล้คือ(0.28,0.020,0.07,−0.05)และ Call อายุไกลคือ(0.20,0.010,0.12,−0.02)เมื่อ Short ขาอายุใกล้ Long ขาอายุไกล และM=100ค่าสุทธิเป็นDelta=0 sharesGamma=−2 shares/$1Vega=+$10 per volatility pointและTheta=+$6/dayP/L จาก Gamma คงที่สำหรับการเคลื่อนไหว$3เท่ากับ0.5×(−2)×3²=−$9หาก IV อายุใกล้เพิ่ม4จุด ขณะที่ IV อายุไกลลด3จุด ค่าประมาณจาก Vega คือ(−0.07−0.07)×100×4+(0.12+0.12)×100×(−3)=−$128การจ่าย0.45เพื่อปิดขา Short เดิมทั้ง 2 ขาและรับ1.20จากขา Short ใหม่ 2 ขา ทำให้เกิดเครดิตจากการ Roll0.75ขา Short เดิมรับรู้ผล1.40+1.30−0.45=+2.25ต่อหุ้น ส่วนเงิน1.20ใหม่คือเงินสดที่มาพร้อมภาระใหม่ ไม่ใช่กำไร
รายการตรวจสอบความเสี่ยง
- ชื่อกลยุทธ์อาจซ่อนขา ทิศทาง ราคาใช้สิทธิ วันหมดอายุ หรืออัตราส่วนที่แตกต่างกัน
- Root, Series, ประเภทออปชัน, ราคาใช้สิทธิ, วันหมดอายุ หรือเครื่องหมายที่ผิดจะเปลี่ยนสิทธิเรียกร้องตามสัญญา
- จำนวน ตัวคูณ สิ่งส่งมอบที่ปรับแล้ว และสกุลเงินอาจไม่ตรงกันระหว่างขา
- เวลาซื้อขายสุดท้าย เวลาปิดรับคำสั่งใช้สิทธิ เขตเวลา และการชำระราคา AM/PM อาจต่างกัน
- ความไม่ตรงกันของรูปแบบ American/European และการชำระแบบส่งมอบจริง/เงินสดเปลี่ยนวงจรชีวิต
- ราคาที่ล้าสมัย ไม่พร้อมกัน ราคากลาง ราคาล่าสุด และราคาจากแบบจำลองไม่ใช่มูลค่าชุดคำสั่งที่ซื้อขายได้จริง
- การ Fill บางส่วน แยกส่งคำสั่งทีละขา การส่งต่อคำสั่ง และขาที่ถูกปฏิเสธอาจสร้างความเสี่ยงที่ไม่ได้ตั้งใจ
- Gamma อายุใกล้อาจมีอิทธิพลสูงใกล้
T₁ - ความผันผวน Skew และโครงสร้างตามอายุของขาใกล้กับไกลอาจเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระ
- ราคา แบบจำลอง และสภาพคล่องของออปชันอายุไกลอาจใช้ไม่ได้ในเวลาที่จำเป็นที่สุด
- เครื่องหมายของ Delta, Gamma, Vega และ Theta อาจเปลี่ยนตาม Spot และเวลา
- Gap การหยุดซื้อขาย และกรอบจำกัดราคาอาจทำให้การวิเคราะห์เฉพาะจุดหรือแบบตรึง Greeks ใช้ไม่ได้
- การถูกใช้สิทธิก่อนกำหนดขึ้นอยู่กับเงินปันผล การยืมหุ้น ต้นทุน Carry และมูลค่านอกตัวของออปชัน
- การถูกใช้สิทธิไม่ทำให้ออปชันอายุไกลถูกใช้สิทธิหรือขายโดยอัตโนมัติ
- การใช้สิทธิออปชันอายุไกลอาจทำลายมูลค่าตามเวลาและล็อกช่องว่างราคาใช้สิทธิ
- หุ้นในบัญชี เงินสดตามราคาใช้สิทธิ และค่าชำระราคาอย่างเป็นทางการต้องใช้บัญชีแยกกัน
- มาร์จิ้น กำลังซื้อ หลักประกัน และการบังคับปิดสถานะอาจเกินเงินสดที่วางแผนไว้
- การยืมหุ้น การจ่ายเงินปันผล เงินทุน ค่าธรรมเนียม ผลกระทบต่อตลาด และภาษีเปลี่ยนผลที่รับรู้
- การ Roll ต้องแยกบันทึกผลเดิมที่รับรู้ เงินสดจากการ Roll ภาระใหม่ และมูลค่าคงเหลือ
- Corporate Action, Pin Risk, การเคลื่อนไหวนอกเวลาซื้อขาย และบันทึกของโบรกเกอร์ต้องผ่านการกระทบยอดขั้นสุดท้าย
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- “ชื่อรับประกันโครงสร้าง 4 ขาแบบตายตัว” ต้องตรวจสอบทิศทาง อัตราส่วน รูปแบบ และวิธีชำระราคา
- “เป็นเพียง Iron Condor หรือ Double Calendar” ราคาใช้สิทธิและวันหมดอายุต่างกัน เส้นทางมูลค่าจึงต่างกัน
- “วันหมดอายุใกล้มีกำไรสูงสุด ช่วงกำไร และจุดคุ้มทุน 2 จุดที่คงที่” พื้นผิวราคาของออปชันอายุไกลและราคาที่ซื้อขายได้จริงเป็นตัวกำหนดผลแบบมีเงื่อนไข
- “เดบิตเปิดสถานะเป็นขาดทุนสูงสุดเสมอ และปีกอายุไกลจัดการการถูกใช้สิทธิโดยอัตโนมัติ” ช่องว่างราคาใช้สิทธิ การชำระราคา หุ้น เงินทุน ต้นทุน และการกระทำโดยชัดแจ้งของผู้ถือยังมีผล
- “Theta หรือ Vega ที่เป็นบวกชดเชยเดบิต และเครดิตจากการ Roll ซ่อมแซมสถานะ” Greeks อาจกลับเครื่องหมาย ส่วนการ Roll รับรู้กำไรขาดทุนเดิมและเปิดความเสี่ยงใหม่